ปัญหาประชาธิปไตยในระบบการเมืองอเมริกา

การปกครองในรูปแบบระบอบประชาธิปไตย หาใช่การปกครองที่สมบูรณ์แบบไม่ แม้แต่ในประเทศที่มีการปกครองโดยใช้หลักการประชาธิปไตย อย่าง ประเทศสหรัฐอเมริกา การปกครองในระบอบนี้ก็ยังไม่สมบูรณ์ หากแต่ประเทศเหล่านี้ก็ยังคงเป็นตัวอย่างของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยสากลนี้อยู่อย่างเหนียวแน่น

แม้แต่ในประเทศสหรัฐอเมริกาเอง ก็มีการกระทำที่ไม่ได้มาจากหลักพื้นฐานการปกครองอันอยู่ในกระบวนการประชาธิปไตยซึ่งปรากฏให้เห็นมาโดยตลอดและก็ยังมีให้เห็นโดยทั่วไป เช่น

กรณีที่ประธานาธิบดีมีอำนาจเบ็ดเสร็จในการออกกฏหมาย โดยส่วนใหญ่อำนาจในด้านนี้ จะใช้ก็ต่อเมื่อประธานาธิบดีต้องการออกกฎหมายโดยไม่ผ่านกระบวนพิจารณา รวมทั้งไม่ต้องอนุมัติร่างกฎหมายดังกล่าว ซึ่งรัฐสภาของประธานาธิบดีแห่งสหรัฐฯ ทุกคนล้วนเคยใช้อำนาจนี้มาแล้วด้วยกันทั้งสิ้น แม้แต่ ประธานาธิบดี Donald Trump เองก็ยังได้ใช้อำนาจนี้ตั้งแต่วันแรกที่เข้าสาบานตนรับตำแหน่ง

แม้แต่การเลือกตั้งในสหรัฐฯเอง ก็ยังพบกับปัญหาความเหลื่อมล้ำ ในการเข้าถึงปรากฎให้เห็นอยู่อย่างเด่นชัด เช่น ประชาชนชายขอบไม่อาจเข้าถึงข้อมูลข่าวสารต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ระเบียบ , การใช้สิทธิเลือกตั้ง , ข้อมูลของบุคคล รวมทั้งนโยบายของผู้สมัคร นอกจากนี้ยังมีปัญหาไม่มียานพาหนะในการเดินทางไปเลือกตั้ง , เอกสารสำคัญที่ต้องแสดงในวันไปหย่อนบัตรเลือกตั้ง เป็นต้น

โดยกระบวนการเลือกตั้งอย่างเป็นธรรมและโปร่งใส ยังคงเป็นปัญหาใหญ่ของรัฐบาลทั่วโลก แม้แต่ในประเทศสหรัฐอเมริกาเองก็ตาม มีการพบว่ากระบวนการเลือกตั้งหลายต่อหลายครั้ง รวมไปถึงครั้งล่าสุดที่ ประธานาธิบดี Donald Trump ได้รับการเลือกให้มาบริหารประเทศนั้น ก็ยังพบข้อโต้แย้งว่าการเลือกตั้งไม่โปร่งใส  ทั้งในเรื่องของความเหลื่อมล้ำทางสังคม , อิทธิพลจากรัสเซีย ตลอดจนขาดคุณสมบัติในการเป็นผู้นำของตัว Donald Trump เอง

เพราะฉะนั้นเมื่อพิจารณาแล้ว ไม่ใช่ว่าประชาชนในประเทศสหรัฐฯ จะยอมรับผลเลือกตั้ง คือ ไม่ใช่ว่าเมื่อเลือกตั้งเสร็จประชาชนก็ใช้ชีวิตปกติและยอมรับผลเลือกตั้ง หากแต่ในขณะเดียวกัน พวกเขาก็ไม่ได้เกรี้ยวกราดชักนำอำนาจนอกระบบหรืออำนาจทางทหารเข้ามายึดอำนาจ

โดยการไม่ยอมรับในผลเลือกตั้ง แสดงให้เห็นว่าถึงแม้ว่าผู้คนจำนวนมากมาย จะไม่ยอมรับการเข้ามาครอบครองอำนาจของรัฐบาล Trump อีกทั้งยังไม่ยอมรับการบริหารงานของรัฐบาลชุดนี้ แต่ถึงอย่างไรความไม่พอใจนี้ ก็ไม่ได้ทำให้กระบวนการประชาธิปไตยหยุดแต่อย่างใด หากแต่ตรงกันข้าม มันกลับทำให้ประชาชนเกิดความตื่นตัวมากขึ้น โดยเฉพาะพรรคการเมืองฝ่ายค้านอย่างพรรค Democratic อีกทั้งภาคประชาสังคมก็ไม่ได้อยู่เฉยๆ ปล่อยให้ประเทศชาติตกอยู่ในมือของรัฐบาล Trump เนื่องจากเขาก็มีโครงสร้างทางสังคมและการเมืองซึ่งเปิดโอกาสให้ประชาชนแสดงออกทางการเมืองได้ ถึงแม้จะเห็นต่างจากรัฐบาลอย่างชัดเจน